วัดสระเกศ
ราชวรมหาวิหาร
วัดสระเกศ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีจุดเด่นคือ พระบรมบรรพต
เจดีย์ ระดับตำนาน
ประวัติความเป็นมา
พาเที่ยวภูเขาทองกลางกรุง By : GOTOUNSEEN
พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง)
เจดีย์สีทองอร่ามบนยอดเขาจำลองที่มีความสูงประมาณ 77 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย และเป็นจุดชมวิวกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา การขึ้นไปยังยอดต้องเดินขึ้นบันไดวนทั้งหมด 344 ขั้น





พระพุทธเทวปฏิมากรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งสื่อความหมายว่ารัชกาลที่ 1 ประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ในคราวการสร้างพระนครว่านี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร (ปางสมาธิ สื่อถึงการตั้งจิตมั่นแน่วแน่) ลักษณะพระพุทธรูปปางสมาธิ นั่งขัดสมาธิราบ หล่อด้วยสำริด ลงรักปิดทอง หน้าจักกว้าง 1.3 เมตร สูง 16.5 เมตร ศิลปะอยุธยา พระพักตร์ค่อนข้างเคร่งขรึม ขมวดพระเกษาเล็ก รัสมีเป็นเปลวสูง ฐานชุกชีได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยได้ทำการยกฐานขึ้นสูงเป็นฐาน 3 ชั้น ชั้นล่างสุดมีพระสาวกล้อมรอบ 8 องค์ ชั้นที่ 2 มีพระสาวก 2 องค์ รอบฐานประดับ ยักษ์ ครุฑ เทวดา ล้อมรอบตามแต่ละชั้น และได้มีการอัญเชิญพระสรีรางคารของรัชกาลที่ 1 มาประดิษฐานไว้ที่ฐานชุกชีใต้องค์พระพุทธรูป และประดิษฐานพระราชลัญจกรของพระองค์ คือ อุณาโลม ไว้ที่กลางผ้าทิพย์ และถวายฉัตร 9 ชั้น กางเหนือพระพุทธเทวปฏิมากร ทำให้พระพุทธเทวปฏิมากรตั้งอยู่สูงมากกว่าพระประธานในพระอุโบสถทั่วไป ซึ่งอาจจะมาจากการสร้างให้สมกับสัดส่วนพระอุโบสถที่ขยายใหญ่ขึ้น
พระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระประธานภายในพระอุโบสถ เดิมประดิษฐานอยู่ ณ วัดศาลาสี่หน้า (ปัจจุบันคือ วัดคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กทม.) มาประดิษฐานในพระอุโบสถ พร้อมทั้งถวายพระนามว่า “พระพุทธเทวปฏิมากร”
พระอุโบสถ วัดสระเกศ
ภายในประดิษฐาน “พระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี” และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามที่เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 7




"พระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนี"
มงคล ๑๐๘ ประการที่ผ่าพระบาทพระพุทธไสยาส
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธมงคลชินสีห์วชิรมุนีเป็นพระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิที่สร้างขึ้นด้วยกรรมวิธีพอกทับพระประธานองค์เดิมตั้งแต่สมัยอยุธยา ทำให้องค์พระมีพุทธลักษณะที่อิ่มเอิบสง่างามและเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม สิ่งที่โดดเด่นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ประดับอยู่โดยรอบ ซึ่งได้รับการรักษาสืบทอดมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา โดยผนังด้านหน้าเขียนภาพมารผจญอันวิจิตร ผนังด้านหลังเขียนภาพไตรภูมิเล่าเรื่องคติจักรวาลตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ส่วนผนังด้านข้างทั้งสองด้านปรากฏภาพเทพชุมนุมที่เรียงรายกันอย่างมีระเบียบและภาพทศชาติชาดกบริเวณระหว่างช่องหน้าต่าง ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามทางสุนทรียศิลป์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนให้แก่พุทธบริษัทที่เข้ามาสักการะ
"หอไตรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)"
หอไตรวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม “หอไตรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)” เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญยิ่งในด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเป็นอาคารไม้ขนาดมัธยมตั้งอยู่กลางสระน้ำเพื่อป้องกันปลวกแมลงกัดทำลายพระไตรปิฎกและคัมภีร์ใบลานตามคติโบราณ ตัวอาคารมีลักษณะเป็นเรือนไทยทรงไทยประเพณี หลังคามุงกระเบื้องประดับช่อฟ้าใบระกาอย่างประณีต จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือฝาผนังไม้รอบด้านซึ่งมีการจำหลักลวดลายรดน้ำปิดทองอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนถึงฝีมือช่างหลวงในสมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ที่มีความชำนาญในการสลักเสลาลวดลายกนกและภาพเล่าเรื่องทางพุทธศาสนาได้อย่างมีชีวิตชีวา
พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร
พระพุทธรูปปางห้ามญาติศิลปะสุโขทัยตอนต้น หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์โดยไม่มีการเชื่อมต่อ เดิมประดิษฐานอยู่ที่พระวิหาร วัดวิหารทอง จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาพระวิหารทรุดโทรมลงขาดการปฏิสังขรณ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระอัฏฐารสจากพระวิหารวัดวิหารทองมาประดิษฐานที่พระวิหารภายใน วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
พระวิหารพระอัฏฐารส
ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนศิลปะสุโขทัยตอนต้นที่มีอายุกว่า 700 ปี ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระวิหารเป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนที่มีโครงสร้างสูงโปร่ง หลังคามุงกระเบื้องประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ตามแบบแผนศิลปกรรมรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพระวิหารนอกจากจะโดดเด่นด้วยองค์พระอัฏฐารสที่เป็นประธานหลักแล้ว ยังปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวในพุทธประวัติและทศชาติชาดกอย่างวิจิตรบรรจง การประดิษฐานพระอัฏฐารสไว้ ณ ทิศตะวันตกของภูเขาทองนั้น ถือเป็นการสร้างความสอดคล้องทางชัยภูมิศาสนา
